สแตนเลสเกรด 304 และ 316 เป็นเกรดที่ได้รับความนิยมสูงในอุตสาหกรรมต่าง ๆ แต่ละเกรดมีคุณสมบัติพิเศษที่แตกต่างกันออกไป เช่น ความทนทานต่อการกัดกร่อน กระบวนการผลิต การใช้งานในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ บทความนี้ Wasuwat จะพาคุณมาทำความรู้จักกับสแตนเลสทั้งสองเกรด
ทำความรู้จักกับสแตนเลส คืออะไร ? ทำไมต้องมีหลายเกรด
สแตนเลส (Stainless Steel) คือโลหะผสมชนิดหนึ่งที่ประกอบด้วยเหล็กและโครเมียมเป็นหลัก โครเมียมในสแตนเลสช่วยสร้างชั้นฟิล์มบาง ๆ ที่ทนต่อการกัดกร่อนและสนิม ทำให้สแตนเลสมีคุณสมบัติเด่นคือไม่เป็นสนิม มีความทนทานสูง และดูแลรักษาง่าย สแตนเลสจึงเป็นวัสดุที่ถูกนำมาใช้ในหลายอุตสาหกรรม เช่น การผลิตเครื่องครัว เครื่องมือแพทย์ และงานก่อสร้าง เนื่องจากความแข็งแรงและความทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน
สแตนเลสมีหลายเกรด เนื่องจากแต่ละเกรดมีองค์ประกอบและคุณสมบัติแตกต่างกันไป เช่น เกรด 304 ที่ทนทานต่อการกัดกร่อน เหมาะกับงานตกแต่งและโครงสร้างทั่วไป และเกรด 316 ที่ทนสารเคมีสูง เหมาะกับอุตสาหกรรมหนัก การเลือกเกรดสแตนเลสที่เหมาะสมจึงสำคัญมาก เพื่อให้ตรงกับการใช้งานและสภาพแวดล้อมต่าง ๆ เพราะอาจจะส่งผลต่ออายุการใช้งานของชิ้นงาน
สแตนเลส มีกี่ประเภท มีเกรดอะไรบ้าง พร้อมคุณสมบัติ
ในท้องตลาดมีสแตนเลสจัดจำหน่ายเพื่ออุตสาหกรรมต่าง ๆ ทั้งหมด 4 เกรด เจ้าของโครงการและผู้รับเหมาควรพิจารณาเลือกซื้อสแตนเลสที่เหมาะสม เพื่อการใช้งานที่ทนทานและคุ้มค่า
1. สแตนเลสเกรด 201
สแตนเลสเกรด 201 ถือเป็นเกรดที่มีต้นทุนต่ำที่สุดในกลุ่มออสเทนนิติก สาเหตุหลักมาจากการลดปริมาณนิกเกิล และใช้แมงกานีสเข้ามาทดแทนบางส่วน ส่งผลให้ราคาถูกกว่าเกรด 304 และ 316 อย่างเห็นได้ชัด
คุณสมบัติเด่นของสแตนเลสเกรดนี้คือมีความแข็งแรงเชิงกลสูง ทนต่อแรงดึงและแรงกระแทกได้ดี ผิววัสดุมีความเงางาม ดูสวยงามใกล้เคียงกับเกรด 304 จึงมักถูกนำไปใช้ในงานที่ต้องการความสวยงามแต่มีงบประมาณจำกัด
อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดสำคัญคือความทนทานต่อการกัดกร่อนและสนิมจะต่ำกว่า โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง หรือมีไอเกลือและสารเคมี ดังนั้นจึงเหมาะกับการใช้งานภายในอาคาร เช่น
✔ เครื่องครัวทั่วไป
✔ เครื่องใช้ไฟฟ้า
✔ งานตกแต่งภายในบ้าน
✔ เฟอร์นิเจอร์หรือชิ้นส่วนที่ไม่สัมผัสอากาศภายนอกโดยตรง
สแตนเลสเกรด 201 เหมาะกับงานที่ไม่เน้นอายุการใช้งานยาวนานมาก แต่ต้องการลดต้นทุนโครงการค่ะ
2. สแตนเลสเกรด 304 (SUS 304)
สแตนเลสเกรด 304 เป็นเกรดมาตรฐานที่ได้รับความนิยมสูงที่สุด และถือเป็น “เกรดอเนกประสงค์” ที่ใช้ได้กับงานหลากหลายประเภท เป็นสแตนเลสในกลุ่มออสเทนนิติกที่มีส่วนผสมของโครเมียมและนิกเกิลในสัดส่วนที่เหมาะสม
จุดเด่นของเกรด 304 คือความทนทานต่อการกัดกร่อนและสนิมในสภาพแวดล้อมทั่วไป รวมถึงพื้นที่ที่มีความชื้นสูง สามารถขึ้นรูป ดัด โค้ง เชื่อม และขัดผิวได้ง่าย ทำให้เหมาะกับทั้งงานโครงสร้างและงานตกแต่ง
การใช้งานที่พบได้บ่อย ได้แก่
✔ เครื่องครัวคุณภาพสูง
✔ อุปกรณ์ทางการแพทย์
✔ งานสถาปัตยกรรมและงานก่อสร้าง
✔ งานตกแต่งภายใน–ภายนอกอาคาร
✔ ราวบันได ประตู หน้ากากอาคาร (Facade)
ด้วยความสมดุลระหว่างราคา ความทนทาน และความสวยงาม สแตนเลสเกรด 304 จึงเป็นตัวเลือกหลักสำหรับงานที่ต้องการคุณภาพและอายุการใช้งานที่ยาวนานในระดับคุ้มค่า
3. สแตนเลสเกรด 316 (SUS 316)
สแตนเลสเกรด 316 คือ สแตนเลสที่พัฒนาต่อยอดจากสแตนเลส 304 โดยเพิ่มส่วนผสมของโมลิบดีนัม (Molybdenum) ซึ่งเป็นธาตุสำคัญที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการต้านทานการกัดกร่อน โดยเฉพาะการกัดกร่อนจากคลอไรด์ เกลือ และสารเคมี
คุณสมบัตินี้ทำให้สแตนเลส 316 เหมาะอย่างยิ่งสำหรับสภาพแวดล้อมที่มีความรุนแรง เช่น พื้นที่ใกล้ทะเล โรงงานอุตสาหกรรมเคมี หรือบริเวณที่ต้องสัมผัสสารเคมีเป็นประจำ
การใช้งานที่เหมาะสม ได้แก่
✔ งานโครงสร้างหรือชิ้นส่วนใกล้ทะเล
✔ อุตสาหกรรมเคมีและปิโตรเคมี
✔ อุปกรณ์ทางการแพทย์
✔ ระบบท่อหรือถังที่สัมผัสสารเคมี
✔ งานสถาปัตยกรรมที่ต้องการความทนทานเป็นพิเศษ
แม้ต้นทุนของสแตนเลส 316 จะสูงกว่าเกรด 304 แต่แลกมาด้วยอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้นและลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงในระยะยาว
4. สแตนเลสเกรด 316L (SUS 316L)
สแตนเลส 316L เป็นรุ่นที่พัฒนามาจากสแตนเลส 316 โดยลดปริมาณคาร์บอนลง ทำให้เหมาะกับงานที่ต้องการความสะอาดสูง และงานที่มีการเชื่อมต่อจำนวนมาก
ปริมาณคาร์บอนที่ต่ำช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดการกัดกร่อนตามแนวรอยเชื่อม (Intergranular Corrosion) และช่วยรักษาคุณสมบัติของวัสดุในระยะยาว
การใช้งานที่นิยม ได้แก่
✔ อุตสาหกรรมยา
✔ อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม
✔ อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ต้องการความปลอดภัยสูง
✔ ระบบท่อหรือถังที่ต้องการความสะอาดและปลอดสนิม
สแตนเลสเกรด 316L จึงเหมาะกับงานเฉพาะทางที่ต้องการมาตรฐานสูง ทั้งด้านความทนทานและสุขอนามัย
5. สแตนเลสเกรด 430 (SUS 430)
สแตนเลสเกรด 430 เป็นสแตนเลสในกลุ่มเฟอร์ริติก มีส่วนผสมของโครเมียมในระดับที่ช่วยป้องกันสนิมได้ แต่มีนิกเกิลน้อยหรือไม่มีเลย ทำให้ต้นทุนต่ำกว่าเกรดในกลุ่มออสเทนนิติก
คุณสมบัติเด่นคือมีความแข็ง ไม่เปราะง่าย และมีความทนทานต่อการกัดกร่อนในระดับปานกลาง แต่ไม่เหมาะกับสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูงหรือสารเคมีรุนแรง
เหมาะสำหรับการใช้งาน เช่น
✔ เครื่องครัวทั่วไป
✔ แผงตกแต่งภายใน
✔ อุปกรณ์ที่ไม่สัมผัสน้ำหรืออากาศภายนอกโดยตรง
✔ งานที่เน้นรูปลักษณ์และต้นทุนมากกว่าความทนทานระยะยาว
สแตนเลสเกรด 430 จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะกับงานภายในและงานที่ไม่ต้องการคุณสมบัติพิเศษมากนัก
ตารางเปรียบเทียบความแตกต่างของสแตนเลส 4 เกรด ?
ลักษณะการใช้งานของสแตนเลส 304 กับสแตนเลส 316 ต่างกันอย่างไร ?
สแตนเลส 304 เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไป เช่น เครื่องครัวและอุปกรณ์อาหาร เนื่องจากทนต่อการกัดกร่อนดี ส่วนสแตนเลส 316 ทนต่อความร้อนสูงกว่า และมีส่วนประกอบของโมลิบดีนัมที่ช่วยป้องกันความชื้น จึงใช้ในอุตสาหกรรมเคมีและทางการแพทย์ โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่มีกรดหรือสารเคมี
ที่ Wasuwat เราใช้สแตนเลสเกรดไหนผลิตชิ้นงานให้ลูกค้า
Wasuwat ผลิตชิ้นงานคุณภาพสูงให้ลูกค้าเพื่องานโครงสร้างและงานตกแต่งสุดพรีเมียม โดยใช้สแตนเลสทั้ง 2 เกรด ได้แก่ สแตนเลสเกรด 304 ซึ่งเป็นสแตนเลสในกลุ่มออสเตนนิติก (Austenitic) ที่มีความเหนียวสูง ขึ้นรูปง่าย ทนต่อการกัดกร่อน และไม่เป็นสนิม สำหรับส่วนประกอบของสแตนเลส 304 มีทั้งเหล็กกล้า โครเมียม นิกเกิล และคาร์บอนในปริมาณไม่เกิน 0.08%
รวมถึงสแตนเลสเกรด 316 ทาง Wasuwat ก็มีการใช้งานเช่นกัน ในกรณีที่เป็นบ้านพักอาศัย โรงแรมที่อยู่ริมทะเล หรือใกล้สระว่ายน้ำ เนื่องจากสแตนเลส 316 มีคุณบัติทนต่อไอเกลือจากทะเลและน้ำที่มีคลอรีน ได้ดีกว่าสแตนเลสเกรด 304 นั่นเอง
นอกจากนี้ แผ่นสแตนเลสของ Wasuwat ยังมีคุณสมบัติทนทานต่อการกัดกร่อนสูง ทนความร้อน ทนต่อแรงกระแทก มีอายุการใช้งานยาวนาน และมีฟิล์มเคลือบที่ช่วยให้สีสวยสดและทำความสะอาดได้ง่าย เหมาะกับงานดีไซน์ระดับพรีเมียม ทั้งงานสแตนเลสตกแต่งภายใน งานตกแต่งภายนอก และเฟอร์นิเจอร์ Built-in
ตัวอย่างผลงานที่เลือกใช้สแตนเลส ของ Wasuwat
Wasuwat รับออกแบบและผลิตสแตนเลสคุณภาพสูงสำหรับงานตกแต่งในโครงการพรีเมียมหลากหลาย โดยสแตนเลสที่ได้รับความนิยมสูง ได้แก่ สแตนเลสเกรด 304 และสแตนเลส 316 เนื่องจากเป็นวัสดุที่มีความทนทานสูง ทั้งต่อการกัดกร่อน สภาพอากาศ และสารเคมี นอกจากนี้ สแตนเลสเกรด 304 และสแตนเลส 316 ยังสามารถขึ้นรูปทรงต่าง ๆ ได้ดี พื้นผิวสวยงาม สีติดทน แม้ใช้งานเป็นเวลานาน ทำให้โครงการใหญ่ ๆ ที่ต้องการงานตกแต่งสไตล์หรูหราเลือกใช้สแตนเลสของเรา
ทีมช่างของ Wasuwat ดูแลทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบตามความต้องการของลูกค้า สั่งผลิตโดยโรงงานที่ได้มาตรฐาน พร้อมตรวจสอบคุณภาพก่อนส่งมอบ รวมถึงบริการจัดส่งและติดตั้งโดยมืออาชีพ ช่วยให้งานสแตนเลสออกมาสมบูรณ์แบบ สวยงาม และยกระดับงานดีไซน์ให้เหนือกว่า
“Wasuwat ออกแบบ-ผลิต-ติดตั้ง งานสแตนเลสครบวงจร ให้ทุกพื้นที่สวยหรู โดดเด่น และใช้งานได้จริง”
เราคือผู้เชี่ยวชาญด้านงาน สแตนเลสตกแต่ง ที่พร้อมเปลี่ยนทุกไอเดียของคุณให้กลายเป็นผลงานจริง ไม่ว่าจะเป็น งานภายในหรูหรา หรือ งานภายนอกที่ต้องการความทนทาน ทีมงานของเราดูแลครบ จบในที่เดียว
ทำไมลูกค้าถึงเลือกเรา?
- งานสแตนเลสคุณภาพสูง เกรดพรีเมียม เงางาม ทนทาน ไม่ขึ้นสนิม
- ดีไซน์ได้ตามต้องการ ทั้งงานมาตรฐานและงานสั่งทำพิเศษ (Custom Made)
- ทีมช่างมืออาชีพกว่า 20 ปี ลงรายละเอียดทุกขั้นตอน ควบคุมคุณภาพ 100%
- ครบจบในที่เดียว ตั้งแต่การออกแบบ ผลิต ไปจนถึงติดตั้ง ไม่ต้องหาทีมงานหลายเจ้า
- การันตีผลงาน ส่งตรงเวลา ดูแลหลังการขายอย่างมืออาชีพ
เรารับทำอะไรบ้าง?
- งานตกแต่งภายใน: ผนัง แผงกั้น ราวบันได ราวกันตก เฟอร์นิเจอร์
- งานภายนอก: ฟาซาด ประตู ราวกันตก กันสาด
- งานสแตนเลสสั่งทำพิเศษ: ทุกดีไซน์ที่คุณคิด เราเนรมิตให้ได้
ขั้นตอนการทำงานกับ Wasuwat
- พูดคุยและรับฟังความต้องการ – เริ่มจากการนัดหมายเพื่อทำความเข้าใจไอเดียและโจทย์ของคุณ
- ออกแบบและนำเสนอ 3D – ทีมดีไซน์ช่วยทำให้คุณเห็นภาพชัดเจน ก่อนเริ่มลงมือผลิตจริง
- ผลิตงานสแตนเลสคุณภาพสูง – ด้วยเครื่องจักรและทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ ควบคุมคุณภาพทุกชิ้นงาน
- ติดตั้งและส่งมอบงาน – ทีมงานมืออาชีพติดตั้งหน้างานตรงเวลา พร้อมเก็บรายละเอียดทุกขั้นตอน
- บริการหลังการขาย – เราดูแลลูกค้าทุกคน ทุกโครงการหลังจากส่งมอบงานแล้ว เพื่อให้มั่นใจว่าทุกอย่างใช้งานได้สมบูรณ์
ตัวอย่างโครงการที่ผ่านมา (Project Showcase)
- โรงแรมและรีสอร์ทหรู – งานสแตนเลสตกแต่ง Lobby, Facade, ราวกันตก
- โครงการคอนโดและอาคารสำนักงาน – ผนังตกแต่ง, งาน Partition สแตนเลส
- บ้านพักอาศัยและโครงการ Luxury Home – ประตูรั้วสแตนเลส, งานเฟอร์นิเจอร์สั่งทำพิเศษ
- ร้านอาหาร คาเฟ่ และโชว์รูม – เคาน์เตอร์, ฉากกั้น, งานดีไซน์ฟาซาด
อย่าปล่อยให้พื้นที่ของคุณธรรมดา…
ให้เราเปลี่ยนมันเป็น ผลงานที่สวย ทน และไม่ซ้ำใคร
ผลงานที่ใช้สแตนเลสเกรด 304
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเกรดของสแตนเลส
สแตนเลสเกรด 316 ใช้กับอาหารได้ไหม ?
ตอบ: สแตนเลสเกรด 316 มีคุณสมบัติทนทานต่อกรดและด่างได้ดี ทนต่ออุณหภูมิสูงได้ จึงนิยมนำไปใช้งานในการผลิตเครื่องครัว อุตสาหกรรมอาหาร อุปกรณ์แปรรูปอาหาร และอุปกรณ์ผ่าตัด นอกจากนี้ สแตนเลส 316 ยังไม่ทิ้งสารปนเปื้อนหรือทำปฏิกริยากับอาหาร จึงสามารถนำมาใช้งานกับอาหารได้อย่างปลอดภัย
สแตนเลส 316 อันตรายไหม ?
ตอบ: สำหรับผู้ที่ยังกังวลว่าสแตนเลส 316 นั้นอันตรายหรือไม่ Wasuwat ขอให้ข้อมูลว่าสแตนเลส 316 มีความทนทานต่อความร้อน ความชื้น และสารเคมี จึงยากต่อการปนเปื้อนหรือทำปฏิกริยาจนเกิดสารเคมีอันตราย ถือว่าเป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมนำไปใช้งานในหลากหลายอุตสาหกรรม
สแตนเลส 304 ใส่น้ำร้อนได้ไหม ?
ตอบ: สแตนเลสเกรด 304 สามารถใส่น้ำร้อนได้อย่างปลอดภัย เนื่องจากมีความทนทานต่อการกัดกร่อนและทนความร้อนได้ดีแม้อุณหภูมิสูง
สแตนเลส 316 เป็นสนิมไหม ?
ตอบ: สแตนเลสเกรด 316 ทนทานต่อการกัดกร่อนและสนิมได้ดีมาก เนื่องจากมีส่วนผสมของโมลิบดีนัม ซึ่งช่วยเพิ่มความทนทานต่อสภาพแวดล้อม เช่น น้ำทะเล พื้นที่ที่มีกรดหรือสารเคมีสูง แต่หากมีการสัมผัสกับคลอไรด์หรือสภาพแวดล้อมที่รุนแรงเป็นเวลานาน ก็มีโอกาสที่สแตนเลสเกรด 316 จะเกิดสนิทขึ้นเล็กน้อย
สแตนเลส 304 กับ 316 ต่างกันอย่างไร ?
ตอบ: สแตนเลสเกรด 304 และ 316 มีโครงสร้างพื้นฐานคล้ายกัน แต่เกรด 316 มีการเพิ่มโมลิบดีนัมเข้ามา ทำให้ทนต่อการกัดกร่อนจากเกลือและสารเคมีได้ดีกว่า เหมาะกับพื้นที่ใกล้ทะเลหรือสภาพแวดล้อมรุนแรง ส่วนเกรด 304 เหมาะกับการใช้งานทั่วไปและมีต้นทุนต่ำกว่า
งานภายนอกควรใช้สแตนเลส 304 หรือ 316 ?
ตอบ: หากเป็นงานภายนอกทั่วไปที่ไม่ใกล้ทะเลและไม่ได้สัมผัสไอเกลือโดยตรง สามารถใช้สแตนเลส 304 ได้ แต่หากเป็นพื้นที่ชื้นจัด ใกล้ทะเล หรือมีสารเคมีในอากาศ ควรเลือกสแตนเลส 316 เพื่อเพิ่มความทนทานและลดปัญหาสนิมในระยะยาว
สแตนเลส 304 ใช้งานใกล้ทะเลได้ไหม ?
ตอบ: สแตนเลสเกรด 304 สามารถใช้งานใกล้ทะเลได้ในระยะสั้นหรือในจุดที่ไม่สัมผัสไอเกลือโดยตรง แต่หากใช้งานต่อเนื่องในระยะยาว มีโอกาสเกิดสนิมได้ง่ายกว่า จึงแนะนำให้ใช้สแตนเลสเกรด 316 จะเหมาะสมกว่า
ทำไมสแตนเลส 316 ถึงมีราคาสูงกว่า 304 ?
ตอบ: สแตนเลสเกรด 316 มีส่วนผสมของโมลิบดีนัม ซึ่งเป็นโลหะที่ช่วยเพิ่มความทนทานต่อการกัดกร่อนและมีต้นทุนสูง ทำให้ราคาสแตนเลส 316 สูงกว่า 304 แต่ให้ความคุ้มค่าในงานที่ต้องการอายุการใช้งานยาวนาน
สแตนเลส 304 และ 316 ดูด้วยตาเปล่าแยกออกไหม ?
ตอบ: โดยทั่วไปไม่สามารถแยกสแตนเลส 304 และ 316 ด้วยตาเปล่าได้ เนื่องจากผิววัสดุมีลักษณะคล้ายกัน จำเป็นต้องตรวจสอบจากเอกสารรับรองวัสดุ หรือทดสอบด้วยเครื่องมือเฉพาะทาง
สแตนเลส 304 หรือ 316 แบบไหนเหมาะกับงานเชื่อมมากกว่า ?
ตอบ: ทั้งสแตนเลส 304 และ 316 สามารถเชื่อมได้ดี แต่เกรด 316 จะเหมาะกับงานเชื่อมที่ต้องใช้งานในสภาพแวดล้อมรุนแรงหรือมีสารเคมี ส่วนงานทั่วไปสามารถใช้เกรด 304 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สแตนเลส 316L ต่างจาก 316 อย่างไร ?
ตอบ: สแตนเลส 316L เป็นรุ่นที่ลดปริมาณคาร์บอนลง ทำให้ลดความเสี่ยงการเกิดสนิมบริเวณรอยเชื่อม เหมาะกับงานที่ต้องการความสะอาดสูง เช่น อุตสาหกรรมอาหาร ยา และการแพทย์
สแตนเลส 304 และ 316 ต้องดูแลรักษาต่างกันไหม ?
ตอบ: หลักการดูแลรักษาคล้ายกัน คือควรทำความสะอาดคราบสกปรกและคราบเกลือออกเป็นประจำ แต่สแตนเลส 304 จะต้องดูแลถี่กว่าสแตนเลส 316 โดยเฉพาะในพื้นที่ชื้นหรือใกล้ทะเล
สามารถใช้สแตนเลส 304 แทน 316 เพื่อลดต้นทุนได้ไหม ?
ตอบ: สามารถใช้ได้หากเป็นงานภายในอาคารหรือสภาพแวดล้อมทั่วไป แต่หากเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการกัดกร่อน การเลือกใช้สแตนเลส 316 จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมในระยะยาวได้มากกว่า
งานฟาซาดหรือโครงสร้างอาคารควรเลือกสแตนเลสเกรดใด ?
ตอบ: งานฟาซาดหรือโครงสร้างอาคารในเมืองทั่วไปสามารถใช้สแตนเลส 304 ได้อย่างเหมาะสม แต่หากเป็นอาคารระดับพรีเมียม หรืออยู่ใกล้ทะเล ควรเลือกสแตนเลส 316 เพื่อความทนทานและอายุการใช้งานที่ยาวนาน
Wasuwat มีบริการออกแบบ ผลิต และติดตั้งสแตนเลสถึงหน้างาน เพื่อตอบโจทย์งานดีไซน์ระดับพรีเมียมและโครงการชั้นนำของประเทศ ทุกชิ้นงานของเราผลิตจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน ตรงตามความต้องการของคุณ พร้อมดูแลทุกขั้นตอนโดยทีมช่างที่มีประสบการณ์กว่า 40 คน
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาสแตนเลสคุณภาพดีเพื่องานตกแต่งหรือผลิตเฟอร์นิเจอร์ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line OA: @wasuwat หรือโทรศัพท์: 094 458 4933 และรับชมผลงานที่ Wasuwat ภาคภูมิใจได้ที่เว็บไซต์: www.wasuwat.co.th

